Good Health Center

บทความสุขภาพ

gout

รู้ไหม… โรคเกาต์

เกาต์ เป็นภาวะที่กรดยูริกลดต่ำกว่าปกติ ทำให้เกิดการอักเสบของข้อ พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง คนอ้วนที่มีระดับกรดยูริกในเลือดสูงเป็นโรคเกาต์ได้เช่นกัน หากไม่ได้รับการรักษาทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนได้ เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคความดันสูง เป็นต้น

อาการ

  1. บวมแดงและร้อนบริเวณรอบข้อ จะปวดแม้อยู่เฉย ๆ อาการเป็น ๆ หาย ๆ
  2. แอลกอฮอล์ทำให้กรดยูริกสูงขึ้น เมื่อดื่มเข้าไปจะทำให้เกิดอาการของโรคเกาต์ได้ทันที
  3. เมื่อมีการบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย จะมีอาการบวมแดงและปวดมากกว่าคนปกติ
  4. อาการปวด อาจเป็นข้อเดียวหรือหลายข้อพร้อมกัน ข้อที่เป็นบ่อย ได้แก่ ข้อเท้า และหัวเข่า
  5. บางครั้งอาจเป็นไข้ หนาวสั่น ใจสั่น อ่อนเพลีย และเบื่ออาหาร
  6. เมื่อมีการอักเสบหลายข้อ จะมีตุ่มก้อนบริเวณที่อักเสบบ่อย ๆ เรียกว่า ตุ่มโทไฟ ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของกรดยูริก ตุ่มนี้จะโตขึ้นเรื่อย ๆ จนแตกออกเป็นสารสีขาวไหลออกมา และกลายเป็นแผลเรื้อรัง
  7. อาจมีอาการแทรกซ้อนต่อระบบไต ไตอักเสบ นิ่วในทางเดินปัสสาวะ ความดันโลหิตสูง หัวใจขาดเลือด เป็นต้น

ปัจจัยเสี่ยง

  1. การถ่ายทอดทางพันธุกรรม จะทำให้เป็นโรคเกาต์ตอนอายุไม่มาก ผู้ชายเริ่มมีอาการเมื่ออายุประมาณ 40 ปี ส่วนผู้หญิงจะเริ่มมีอาการอายุเฉลี่ย 45 ปี หรือหลังหมดประจำเดือน
  2. คนที่มีระดับกรดยูริกในเลือดสูง ถ้าน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นจะทำให้ระดับกรดยูริกในเลือดสูงขึ้นด้วย
  3. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะกระตุ้นให้กรดยูริกสูงขึ้น และลดการขัดถ่ายกรดยูริก
  4. อาหารที่มีสารพิวรีนสูง เช่น เครื่องในสัตว์ สัตว์ปีก กุ้ง ปลากระป๋อง ยอดผักสด เมื่อทานเข้าไป ร่างกายจะเผาผลาญให้กลายเป็นกรดยูริก
  5. อาหารที่มีไขมันสูง จะยับยั้งการถ่ายกรดยูริกออกจากร่างกาย ทำให้มีการตกค้างของสารพิวรีนที่ไตจนไตวาย ถ้าไม่ได้รับการรักษาจะเกิดการอักเสบต่อเนื่อง ข้อจะถูกกัดกร่อนไปเรื่อย ๆ จนมีรูปร่างเปลี่ยนไป
  6. ยากรักษาโรคความดันโลหิตสูงบางชนิด ทำให้การขัดถ่ายของกรดยูริกลดลง

การป้องกันและดูแลเบื้องต้น

  1. ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีสารพิวรีน เช่น เครื่องในสัตว์ กะปิ ปลากระป๋อง และไข่ปลา เป็นต้น สามารถเลือกทานอาหารที่มีสารพิวรีนต่ำ แต่ต้องจำกัดปริมาณ เช่น เนื้อสัตว์ อาหารทะเล ถั่วเหลือง หน่อไม้ฝรั่ง ดอกกะหล่ำ เห็ด ข้าวโอ๊ต รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  2. ควรงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และอาหารที่ทำให้กรดยูริกสูง เพื่อลดอาการปวดข้อ
  3. ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วที่ไต
  4. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้มากเกินไป จะช่วยลดความรุนแรงของโรคเกาต์
  5. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อป้องกันการเกิดอาการโรคเกาต์เฉียบพลัน
  6. ใส่รองเท้าที่มีขนาดพอเหมาะกับเท้า เพื่อไม่ให้เท้าบอบช้ำ
  7. ควรทำให้ร่างกายอบอุ่นอยู่เสมอ เพราะผู้เป็นโรคเกาต์จะไม่สามารถทนต่อความเย็นมากได้

GHC สุขภาพดี คุณสร้างได้ . . .

MedShroom ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมภูมิคุ้มกัน จากเห็ดทางการแพทย์ โดดเด่นด้วยคุณค่าแห่งโภชนเภสัชสมุนไพรที่มีฤทธิ์ทางยา ภายใต้งานวิจัยสนับสนุนทางวิทยาศาสตร์การแพทย์สมัยใหม่ เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณ